การใช้ in / on / at for time
in ใช้กับเวลาที่ไม่เฉพาะเจาะจง : วัน,เดือน,ฤดู หรือ ปี
She likes to swim in the morning.
It's too cold in the winter to run outside.
He got married in 1971.
He's going to school in August
in ใช้กับช่วงของเวลา พวก ช่วงเช้า, เดือนมีนาคม หรือ ปี 2550
on เป็นการพูดถึงวัน
My mother is coming on Monday.
We're having a party on the First of May.
I get paid on the last day of the month.
We went to the party on Easter Sunday.
on ใช้กับ calendar time (หรือ พวกวันทั้งหลาย)
I went her house on her birthday.
I'll be there on April 10th.
I met him on last Monday.
at ใช้กับเวลาที่เฉพาะเจาะจง
The train arrives at 12:15 p.m.
He often comes home at midnight.
I will see hime at Christmas.
He told me the news at breakfast yesterday.
at ใช้กับ clock time (หรือพวกเวลา)
at once : immediately
My class starts at 8.00 a.m.
I slept at midnight, yesterday.
at times : sometimes or occasionally
At times, I don't want to get up and go to work.
วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2551
Can กับ be able to
Can กับ be able to
ถ้าพูดถึงเรื่องความสามารถแล้วล่ะก็ ในภาษาอังกฤษ เราคงใช้คำว่า "can" กันเป็นพื้นฐาน
เช่น i can do this , i can do that
แต่ถ้าจะพูดถึง สิ่งที่จะสามารถทำในอนาคตได้นั้น เราจะใช้ can นั้นหรือ ?
ถ้าใช้มันก็จะเป็น ...
i will can do this
แปลกไหม ? (ต้องตอบว่าแปลกนะ)
อืม เค้าเลยใช้ be able to มาแทน
ก็เลยกลายเป็น i'll be able to do this, i'll be able to do that
แล้วถ้าพูดถึงเรื่องอดีตหล่ะ ?
เราก็สามารถใช้ได้ could และ was/were able to ได้
แต่มันจะมีความหมายต่างกันนึดนึงในประโยคบอกเล่าตรงที่
could เนี่ยจะใช้บอกความหมายของความสามารถทั่วๆ ไปในอดีต (เป็นช่วงเวลา)
แต่ was/were able to จะบอกถึงความสามารถ ณ จุดเวลานึง ๆ เช่น
i could play snooker very well when i was young.
i was able to meet her after work yesterday.
ถ้าพูดถึงเรื่องความสามารถแล้วล่ะก็ ในภาษาอังกฤษ เราคงใช้คำว่า "can" กันเป็นพื้นฐาน
เช่น i can do this , i can do that
แต่ถ้าจะพูดถึง สิ่งที่จะสามารถทำในอนาคตได้นั้น เราจะใช้ can นั้นหรือ ?
ถ้าใช้มันก็จะเป็น ...
i will can do this
แปลกไหม ? (ต้องตอบว่าแปลกนะ)
อืม เค้าเลยใช้ be able to มาแทน
ก็เลยกลายเป็น i'll be able to do this, i'll be able to do that
แล้วถ้าพูดถึงเรื่องอดีตหล่ะ ?
เราก็สามารถใช้ได้ could และ was/were able to ได้
แต่มันจะมีความหมายต่างกันนึดนึงในประโยคบอกเล่าตรงที่
could เนี่ยจะใช้บอกความหมายของความสามารถทั่วๆ ไปในอดีต (เป็นช่วงเวลา)
แต่ was/were able to จะบอกถึงความสามารถ ณ จุดเวลานึง ๆ เช่น
i could play snooker very well when i was young.
i was able to meet her after work yesterday.
Can กับ be able to
Can กับ be able to
ถ้าพูดถึงเรื่องความสามารถแล้วล่ะก็ ในภาษาอังกฤษ เราคงใช้คำว่า "can" กันเป็นพื้นฐาน
เช่น i can do this , i can do that
แต่ถ้าจะพูดถึง สิ่งที่จะสามารถทำในอนาคตได้นั้น เราจะใช้ can นั้นหรือ ?
ถ้าใช้มันก็จะเป็น ...
i will can do this
แปลกไหม ? (ต้องตอบว่าแปลกนะ)
อืม เค้าเลยใช้ be able to มาแทน
ก็เลยกลายเป็น i'll be able to do this, i'll be able to do that
แล้วถ้าพูดถึงเรื่องอดีตหล่ะ ?
เราก็สามารถใช้ได้ could และ was/were able to ได้
แต่มันจะมีความหมายต่างกันนึดนึงในประโยคบอกเล่าตรงที่
could เนี่ยจะใช้บอกความหมายของความสามารถทั่วๆ ไปในอดีต (เป็นช่วงเวลา)
แต่ was/were able to จะบอกถึงความสามารถ ณ จุดเวลานึง ๆ เช่น
i could play snooker very well when i was young.
i was able to meet her after work yesterday.
ถ้าพูดถึงเรื่องความสามารถแล้วล่ะก็ ในภาษาอังกฤษ เราคงใช้คำว่า "can" กันเป็นพื้นฐาน
เช่น i can do this , i can do that
แต่ถ้าจะพูดถึง สิ่งที่จะสามารถทำในอนาคตได้นั้น เราจะใช้ can นั้นหรือ ?
ถ้าใช้มันก็จะเป็น ...
i will can do this
แปลกไหม ? (ต้องตอบว่าแปลกนะ)
อืม เค้าเลยใช้ be able to มาแทน
ก็เลยกลายเป็น i'll be able to do this, i'll be able to do that
แล้วถ้าพูดถึงเรื่องอดีตหล่ะ ?
เราก็สามารถใช้ได้ could และ was/were able to ได้
แต่มันจะมีความหมายต่างกันนึดนึงในประโยคบอกเล่าตรงที่
could เนี่ยจะใช้บอกความหมายของความสามารถทั่วๆ ไปในอดีต (เป็นช่วงเวลา)
แต่ was/were able to จะบอกถึงความสามารถ ณ จุดเวลานึง ๆ เช่น
i could play snooker very well when i was young.
i was able to meet her after work yesterday.
การใช้ have to & must
have to & must
have to กับ must มีความหมายที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน
ซึ่งก็คือ "จำเป็นต้อง"
แต่ must จะมีความหมายที่ค่อนข้างแข็งกว่า have to
- have to นั้น เราไม่มีเขียนในรูปสั้นๆ
เช่น I've to do this.
- ในรูปอดีตนั้น เราจะไม่ใช้ must กัน ถ้าพูดถึงสิ่งที่ต้องทำในอดีตนั้นเราจะใช้แต่ had to
Did you have to do this ?
Did you must do this ?
have to กับ must มีความหมายที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน
ซึ่งก็คือ "จำเป็นต้อง"
แต่ must จะมีความหมายที่ค่อนข้างแข็งกว่า have to
- have to นั้น เราไม่มีเขียนในรูปสั้นๆ
เช่น I've to do this.
- ในรูปอดีตนั้น เราจะไม่ใช้ must กัน ถ้าพูดถึงสิ่งที่ต้องทำในอดีตนั้นเราจะใช้แต่ had to
Did you have to do this ?
Did you must do this ?
การใช้ Could
การใช้ could
1.เป็นรูปอดีตของ can ที่แสดงถึงความสามารถ
Ex : I could play piano when i was a child.
2.เป็นการคาดเดาเมื่อเราไม่แน่ใจอะไรบางอย่าง
Ex : Yes, that could be John. He ofter wears a white shirt.
3. เป็นการร้องขออย่างสุภาพหรือเสนอแนะ
Ex : Could you get those books for me ? (ร้องขอ)
We could go to see the movies after lunch. (เสนอแนะ)
เรื่องระหว่า could กับ should อาจจะสร้างความสับสนในการใช้ให้กับเราบ้าง
แต่ should นั้นเราจะใช้เมื่อเราต้องการให้คำแนะนำหรือบอกในสิ่งที่ถูกต้องที่ควรทำกับผู้อื่น
Ex : You should buy some new shirt.
1.เป็นรูปอดีตของ can ที่แสดงถึงความสามารถ
Ex : I could play piano when i was a child.
2.เป็นการคาดเดาเมื่อเราไม่แน่ใจอะไรบางอย่าง
Ex : Yes, that could be John. He ofter wears a white shirt.
3. เป็นการร้องขออย่างสุภาพหรือเสนอแนะ
Ex : Could you get those books for me ? (ร้องขอ)
We could go to see the movies after lunch. (เสนอแนะ)
เรื่องระหว่า could กับ should อาจจะสร้างความสับสนในการใช้ให้กับเราบ้าง
แต่ should นั้นเราจะใช้เมื่อเราต้องการให้คำแนะนำหรือบอกในสิ่งที่ถูกต้องที่ควรทำกับผู้อื่น
Ex : You should buy some new shirt.
การใช้ About to
การใช้ About to
เราใช้ V to be + about to + Verb สำหรับ การกระทำหรือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
อันใกล้นี้ เช่น
Hey ! look at the sky . It is about to rain.
Hurry, the train is about to leave.
You are about to get a problem.
เราใช้ V to be + about to + Verb สำหรับ การกระทำหรือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
อันใกล้นี้ เช่น
Hey ! look at the sky . It is about to rain.
Hurry, the train is about to leave.
You are about to get a problem.
การใช้ If กับ When
วันนี้ A&Y สรรหาประโยคภาษาอังกฤษ แบบรื้อฟื้นความจำกันสักนิด เริ่มตั้งแต่ Grammar ก่อนเลยนะครับ
Grammar
การใช้ If กับ When
I will buy a new computer when i get bonus. (1)
I will buy a new computer if i get bonus. (2)
2 ประโยคข้างบนต่างกันโดยที่
(1) นั่นหมายความว่า ฉันได้โบนัสแน่ ๆ แล้วเมื่อได้ก็จะซื้อคอมใหม่
(2) นั่นหมายความว่า อาจจะได้หรือไม่ได้โบนัส ก็ได้ แต่ถ้าได้อ่ะนะ ซื้อคอมใหม่
การใช้ About to
เราใช้ V to be + about to + Verb สำหรับ การกระทำหรือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
อันใกล้นี้ เช่น
Hey ! look at the sky . It is about to rain.
Hurry, the train is about to leave.
You are about to get a problem.
Grammar
การใช้ If กับ When
I will buy a new computer when i get bonus. (1)
I will buy a new computer if i get bonus. (2)
2 ประโยคข้างบนต่างกันโดยที่
(1) นั่นหมายความว่า ฉันได้โบนัสแน่ ๆ แล้วเมื่อได้ก็จะซื้อคอมใหม่
(2) นั่นหมายความว่า อาจจะได้หรือไม่ได้โบนัส ก็ได้ แต่ถ้าได้อ่ะนะ ซื้อคอมใหม่
การใช้ About to
เราใช้ V to be + about to + Verb สำหรับ การกระทำหรือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
อันใกล้นี้ เช่น
Hey ! look at the sky . It is about to rain.
Hurry, the train is about to leave.
You are about to get a problem.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)